Carrot

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผักกาดดองเค็ม

ผักกาดดองเค็ม


      ส่วนผสมผักกาดดองเค็ม

1.ผักกาดเขียวปลี

 2.เกลือ 80 กรัม


3.น้ำ 1 ลิตร 


         วิธีการทำ
1.ผักกาดเขียวปลี ล้างให้สะอาด อาจจะใช้ทั้งต้นหรือผ่าซีกก็ได้


2.นำผักผึ่งแดดพอเหี่ยว เพื่อลดปริมาณน้ำในผัก

3.นำน้ำผสมเกลือ 80 กรัมและน้ำ 1 ลิตร ผสมกันจนเกลือละลายหมด

4.นำผักกาดมาใส่ในน้ำที่มีเกลือ 80 กรัมและน้ำ 1 ลิตร ดองประมาณ 2 สัปดาห์


5.เมื่อครบเวลาแล้ว นำมาล้างเค็มออกประมาณ2-3 ครั้ง 

6.หั่นเป็นชิ้นพอดีคำและบรรจุลงภาชนะ










วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผักกาดดองแห้ง

ผักกาดดองแห้ง
วัตถุดิบ

1. ผักกาดเขียวปลี 1 กิโลกรัม

2. เกลือ 500 กรัม

3. กะละมัง(ขนาดใหญ่) 1 ใบ



4. กระด้งสำหรับตากผักกาดแห้ง



ขั้นตอนการทำ
1. นำผักกาดดองมาล้างน้ำทำความสะอาด ผ่าครึ่ง แล้วเอาไปตากแดดให้เหี่ยว ๆ ไม่มีน้ำเกาะ 1 แดด


ล้างน้ำทำความสะอาด


ผ่าครึ่ง


ตากแดดให้เหี่ยว ๆ ไม่มีน้ำเกาะ 1 แดด

2. นำผักกาดเขียวที่แห้งแล้วมาเอาเกลือใส่ระหว่างใบ ที่ละใบ ทำทีละต้น แล้วคั้นทีละ 2 ถึง 3 ต้น ครั้งละประมาณ 10 นาที แล้วเก็บไว้ 1 คืน 




3. รุ่งขึ้นอีกวัน ก็เอามาใส่กระด้ง ตากแดด ทำแบบนี้ทุกวัน ประมาณ 10-15 แดด



4. ได้ผักกาดดองแห้งที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมรับประทาน






วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผักกาดดองเปรี้ยว



ผักกาดดองเปรี้ยว


วัตถุดิบผักกาดดองเปรี้ยว


1. ผักกาดเขียวปลี 500 กรัม


2. เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำซาวข้าว 2 ถ้วยตวง



4. น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

5. น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง



วิธีทำผักกาดดองเปรี้ยว
1. นำผักกาดเขียวไปผึ่งลมเอาไว้ประมาณ 2-5 ชม.



2. หั่นและล้างผักกาดให้สะอาดสะเด็ดให้แห้ง



3. นำผักกาดมาขยำกับเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อบีบเอาน้ำในผักออกมา


  


4. ต้มน้ำเปล่ากับน้ำตาล เกลือ พอเดือดรีบปิดไฟทิ้งไว้ให้เย็นสนิท



5.  จับผักกาดใส่ลงในกะละมังหรือขวดโหล  แล้วเทใส่ผักกาดเขียวที่รอไว้ให้ท่วม ปิดฝาให้สนิท 

ดองทิ้งเอาไว้ 7-15 วัน

 


วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมนูสำหรับผักกาดดอง

เมนูแนะนำ

ผักกาดดองผัดไข่
 
    ส่วนผสม
1. ผักกาดดองเปรี้ยว 1 หัวย่อมๆ หนักประมาณ 150 กรัม
2. ไข่ไก่ลูกเล็ก 2 ฟอง
3. น้ำตาลทราย 3-4 ชช.
4. น้ำปลาหรือซีอิ๊วขาว 1-2 ชช.
5. พริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดง 5 เม็ด
6. น้ำมันสำหรับผัด 2 ชต.
     วิธีทำ
1.นำกระเทียมและพริกมาตำตามต้องการ
2.นำลงไปผัดในกระทะรอจนหอม จึงใส่ผักกาดดองที่บีบน้ำแห้งแล้วลงไป
3.ปรุงรสตามต้องการ
4.ใส่ไข่ลงไป 2 ฟอง ผัดจนไข่เข้ากับผักกาด
5.จัดใส่จาน




แกงจืดผักกาดดองกระดูกหมู


    ส่วนผสม
1.ผักกาดดอง 200 กรัม
2.กระดูกหมู 500 กรัม
3.น้ำเปล่า 1 ลิตร
4.เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
5.ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
6.กระเทียมทุบ 3 กลีบ
7.รากผักชีทุบ 2 ราก
8.พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
9.ข่า 5-6 ชิ้น
10.น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
      วิธีการทำ
1.ล้างผักกาดดอง แล้วบีบน้ำให้แห้งพักไว้ นำมาหั่นพอคำ
2.กระดูกหมู ล้างให้สะอาดแล้วนำมาหั่น พักไว้
3.นำน้ำเทใส่หม้อ พอน้ำเดือดใส่กระดูกหมูและผักกาดดองที่เตรียมไว้ลงไป พยายามช้อนฟองออกเป็นระยะๆ เมื่อกระดูกหมูเริ่มสุก เคียวจนน้ำงวด ตุ๋นผักกาดดองจนเิร่มเปื่อย
4.เมื่อผักกาดดองเริ่มเปื่อย ใส่ซีอิ้ว ข่าทุบ เหลือ และพริกไทยป่นลงไป เปิดไฟแรงอีกครั้ง แล้วปิดไฟ จึงค่อยใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ชต.


ยำผักกาดดอง

      ส่วนผสม
1.ผักกาดดองสำเร็จรูป 1 แพค/กระป๋อง
2.หอมแดง 2-3 หัว
3.พริกชี้ฟ้า 2-4 เม็ด
4.น้ำตาลปี๊บ 1 ก้อน
5.น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
6.มะนาว 1 ลูก
7.น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
    วิธีทำ
1.หั่นผักกาดดองเป็นชื้นเล็กๆเทน้ำออกให้เหลือเพียงเล็กน้อย ซอยหอมใหญ่เป็นชิ้นเล็ก หั่นพริกเป็นท่อนๆ
2.นำน้ำตาลปี๊บไปอุ่นร้อนให้เป็นน้ำแล้วค่อยนำมาปรุง โดยตักใส่ชามที่เตรียมคลุกเคล้าประมาณ1-2ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำปลา พริก หอมแดง มะนาว และน้ำมันงาที่เตรียมไว้
3.นำผักกาดดองที่หั่นไว้นำมาคลุกกับน้ำที่เตรียมไว้



เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัดผักกาดดอง

     ส่วนผสม
1. เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ 1 ห่อ
2. เห็ดโคนน้อย และเห็ดหอม ดองซีอิ้ว ในขวดแก้ว 60 กรัม
3. ผักกาดดองกระป๋อง 120 กรัม
4. น้ำผักกาดดอง ในกระป๋อง 1/8 ถ้วย
5. น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1 ช้อนชา
6. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผงปรุงรสในซองเส้นบะหมี่ 1/2 ซอง
      วิธีทำ
1. ต้มนำประมาณ 1 ถ้วยให้เดือด นำเส้นบะหมี่ใส่ลงไป เพียง2 นาที ยกขึ้นสะเด็ดน้ำออก
2. ตั้งน้ำมันพืชในกระทะ
3. ใส่เห็ดลงผัด
4. ใส่เส้น
5. ปรุงรสด้วย ซีอิ้ว น้ำตาล ผงปรุงรส น้ำดองผักกาด
6. ผัดจนแห้ง และจัดใส่จาน


ยำเห็ดผักกาดดอง


    ส่วนผสม
1. เห็ดหอมดองในซีอิ้วในขวดแก้ว 60 กรัม
2. เห็ดโคนน้อยดองซีอิ้วในขวดแก้ว 60 กรัม
3. ผักกาดดองกระป๋อง 120 กรัม
4. น้ำซีอิ้วที่ดองเห็ด 1/4 ถ้วย
5. น้ำผักกาดดองในกระป๋อง 1/8 ถ้วย
6. น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช้อนชา
7. น้ำมันหอย 1 ช้อนต๊ะ
8. น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
9. พริกชี้ฟ้าแดง 1/2 เม็ด
10. หอมแดงปอก 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
      วิธีทำ
1. นำเห็ดทั้งสองอย่าง และผักกาดดองหั่นให้ชิ้นพอคำรอในชามคลุก
2. ปั่นพริกชี้ฟ้า กระเทียม และหอมแดงจนละเอียด
3. นำเครื่องปรุงที่เหลือทั้งหมด ผสมรวมกัน ด้วยตะกร้อมือ ใส่ส่วนผสมข้อ 2 ลงไป
4. นำน้ำยำที่ได้ ไปยำ ในส่วนผสมที่ 1 ที่เตรียมไว้

รู้ทันพิษภัยของผักกาดดอง


รู้ทันพิษภัยของผักกาดดอง


          การนำวัตถุดิบสดๆ มาหมักหรือดอง ไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ ถือว่าเป็นการถนอมอาหารที่เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณมาอย่างช้านานแล้ว แต่ก่อนนั้นมีการหมักดองก็เพื่อทำให้อาหารที่หามาได้นั้นสามารถเก็บไว้กินได้นานขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการหมักดองกันเองในครัวเรือน

        แต่ในปัจจุบัน อาหารหมักดองกลายมาเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น มีคนต้องการกินมากขึ้น เพราะรสชาติที่อร่อยถูกปาก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ดองตามรถเข็น หน่อไม้ดองที่นำมาปรุงเป็นอาหาร หรืออื่นๆ อีกมากมาย ทำให้บางครั้งมีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสใส่สารเคมีที่เป็นอันตรายผสมเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติ หรือทำให้หน้าตาดูน่ากิน หรือบางครั้งก็ใส่เพื่อยืดอายุอาหารให้อยู่นานมากขึ้นไปอีก

      ตัวอย่างสารเคมีหรือสารมีพิษต่างๆ ที่เคยมีการตรวจพบตามท้องตลาด อาทิ ในผลไม้ดอง-ผลไม้แช่อิ่ม พบ สารซัคคาริน หรือ ขัณฑสกร ในปริมาณมากเกินกว่าที่กำหนด โดยสารซัคคารินเป็นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 300 เท่า ผู้ใช้ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน เพราะสารซัคคารินเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งหลายประเทศมีการออกประกาศห้ามใช้แล้ว

         ส่วนในหน่อไม้ปี๊บ หน่อไม้ดอง ผักกาดดอง ก็เคยตรวจพบสารกันเชื้อรา หรือสารกันบูด หากบริโภคเข้าไปมากจะไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ ความดันโลหิตต่ำจนเกิดอาการช็อค บางรายอาจเกิดอาหารแพ้ เป็นผื่นขึ้นตามตัว อาเจียน หูอื้อ หรือมีไข้

         หรือในบางครั้ง หากเลือกกินผักผลไม้ดอง แม้จะไม่ได้ใส่สารพิษอื่นๆ ลงไป แต่อาจมีการตกค้างอยู่ของยาฆ่าแมลง เนื่องจากเกษตรกรบางคนใช้ในปริมาณมากเกินไป จึงเกิดการตกค้างมากกับผลไม้ก่อนนำมาดอง หากบริโภคยาฆ่าแมลงเข้าไปมากๆ ในคราวเดียว จะทำให้เกิดพิษแบบเฉียบพลัน เช่น ทำให้กล้ามเนื้อสั่ง กระสับกระส่าย ชักกระตุก และหมดสติ หายใจขัดจนถึงอาจหยุดหายใจได้ แต่พิษที่พบได้มากที่สุดก็คืออาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน และหากสะสมอยู่ในร่างกายมาๆ จะทำให้เกิดมะเร็งได้

         อาหารการกินในทุกวันนี้ที่ซื้อมาจากนอกบ้าน ควรสังเกตและเลือกซื้อจากร้านค้าที่เชื่อถือได้ หรือหากเป็นไปได้ การบริโภคอาหารสด หรืออาหารที่ปรุงเองใหม่ๆ ก็จะเป็นการปลอดภัยที่สุด